อภิญญา กองไชย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
แปะก๊วย
04:13, 4 September 2007
.. 0 comments
.. Link
แปะก๊วย : ช่วยบำรุงสมองเพิ่มความจำ แปะก๊วย (Ginkgo Biloba) แปะก๊วย - พืชสมุนไพรที่ชาวจีนเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถบำบัดโรคต่างๆ ได้ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น เป็นพืชที่มีการแยกต้นเป็นเพศผู้ และเพศเมีย ใบมีลักษณะคล้ายใบพัด แยกออกเป็น 2 กลีบ สารที่สกัดได้จากใบแปะก๊วยมีหลายชนิด เช่น สาร Flavonoids, Terpenoids สารเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free radical) เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตไปสู่สมอง, ปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง เพราะเมื่อสมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ย่อมเสื่อมสมรรถภาพและฝ่อไปในที่สุด ส่งผลต่อการทำงานและประสิทธิภาพของสมอง ทำให้เกิดการหลงลืมในผู้สูงอายุ หรือโรคความจำเสื่อม ที่เรียกว่า อัลไซเมอร์ (Alzheimer disease) ในปัจจุบันหลายๆ ประเทศได้ให้การยอมรับถึงสรรพคุณของใบแปะก๊วยในการรักษาโรคสมองเสื่อม โดยการนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยมารวมกับ Phospholipids ให้อยู่ในรูปของ Phytosome ซึ่งช่วยให้การดูดซับที่ผนังลำไส้เล็กดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถนำเอาสารสกัดจากใบแปะก๊วยนี้มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำสารสกัดดังกล่าวมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อบำรุงสมอง และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ใช้รักษาโรคความจำเสื่อม, โรคซึมเศร้า อาการหลงๆ ลืมๆ อันเนื่องมาจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอในผู้ป่วยสูงอายุ
ผมๆๆ
04:09, 4 September 2007
.. 0 comments
.. Link
๑. ผมร่วง, ผมหงอกก่อนวัย, บำรุงผม ขนานที่ ๑
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความดันโลหิตที่วัดได้ (mm Hg)* | |||
| ความรุนแรงของความดันโลหิต | Systolic | Diastolic | จะต้องทำอะไร |
| ความดันโลหิตที่ต้องการ | น้อยกว่า 120 | น้อยกว่า 80 | ให้ตรวจซ้ำใน 2 ปี |
| ความดันโลหิตสูงขั้นต้น Prehypertensionl | 130-139 | 85-89 | ตรวจซ้ำภายใน 1 ปี |
| ความดันโลหิตสูง | |||
| ความดันโลหิตสูงระดับ 1 Stage 1 (mild) | 140-159 | 90-99 | ให้ตรวจวัดความดันอีกใน 2 เดือน |
| ความดันโลหิตสูงระดับ 2 Stage 2 (moderate) | >160 | >100 | ให้พบแพทย์ใน 1 เดือน |
สาเหตุของความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่านใหญ่ไม่ทราบสาเหตุเรียก primary หรือ essential hypertension เราสามารถควบคุมความดันโลหิตได้แต่รักษาไม่หายดังนั้นจึงจำเป็นต้องป้องกัน ส่วนที่ทราบสาเหตุเรียก secondary hypertension เช่น เนื้องอกต่อมหมวกไต ยาคุมกำเนิด หากทราบสาเหตุสามารถรักษาให้หายขาดได้
Primary hypertension
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า essential hypertension เป็นความดันโลหิตสูงที่พบมากที่สุดกลุ่มนี้ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มักจะพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารเค็ม อ้วน กรรมพันธุ์ อายุมาก เชื้อชาติ และการขาดการออกกำลังกาย
Secondary hypertension
เป็นความดันโลหิตสูงที่ทราบสาเหตุ พบได้ประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ
ความดันโลหิตต่ำ
ปกติความดันโลหิตยิ่งต่ำยิ่งดีเพราะเกิดโรคน้อย แต่หากความดันโลหิตที่ต่ำทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ เป็นลมเวลาลุกขึ้นแสดงว่าความดันต่ำไป สาเหตุที่พบได้มีดังนี้
|
เคล็ดลับในการรักษาความดันโลหิตสูง |
|
ความดันโลหิตสูงในเด็ก
เราไม่ค่อยพบความดันโลหิตสูงในเด็ก แต่เด็กก็สามารถเป็นความดันโลหิตสูงการค้นพบความดันโลหิตสูงตั้งแต่แรกจะสามารถป้องกันโรคหัวใจ โรคไต ดังนั้นเด็กควรที่จะได้รับการวัดความดันโลหิตเหมือนผู้ใหญ่ สาเหตุก็มีทั้ง primary และ secondary พบว่าเด็กที่มีน้ำหนักตัวมาก เด็กที่มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิต หรือบางเชื้อชาติ กลุ่มเหล่านี้จะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง แพทย์แนะนำอาหาร และการออกกำลังกาย หากความดันโลหิตไม่ลงจึงให้ยารับประทาน
คนที่เป็นความดันโลหิตสูงสามารถอบ Sauna ได้หรือไม
คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงสามารถอาบน้ำอุ่นหรืออบ Sauna ได้โดยที่ไม่เกิดผลเสีย ผู้ป่วยที่มีอาการแน่นหน้าอก หรือหายใจหอบควรจะหลีกเลี่ยงการอบ Sauna หรือแช่น้ำร้อน และไม่ควรที่จะดื่มสุรา นอกจากนั้นไม่ควรอาบน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็นเพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
ทำไมต้องรักษาความดันโลหิตสูง
เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่มีอาการ แต่โรคความดันโลหิตสูงสามารถทำให้เกิดโรคแก่ร่างกาย เช่นทำให้หัวใจต้องทำงานหนักอาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจวาย โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของโรคอัมพาต และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ผู้ที่ไม่ได้รักษาความดันโลหิตสูงจะมีผลดังนี้

ดวงชะตาราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2550
ลัคนาราศีพฤษภ ( ผู้ที่เกิดระหว่าง 15 พ.ค. - 14 มิ.ย. )
ทั่วไป สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม 2550 กลุ่มดาวเคราะห์โคจรกระจายอยู่ทางทิศตะวันตกของและบางส่วนยังโคจรอยู่ทางทิศใต้ขอบฟ้า บ่งบอกว่าท่านจะประกอบธุรกิจการงานใดๆในระยะนี้ท่านจะได้รับมรดกจากกองมรดกของคนใกล้ชิด ให้ระมัดระวังในการคบหากับคนแปลกหน้า ซึ่งจะนำปัญหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ท่านจะประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงานตามที่คาดหมาย
สุขภาพ สุขภาพของท่านในสัปดาห์นี้ควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้มาก ๆ หมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอระวังท่านจะเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับโลหิต
การเงิน การเงินสัปดาห์นี้จะขาดสภาพคล่อง ขาดมือ ให้ควบคุมดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี
ความรัก ความรักไม่ราบรื่น มีปัญหาระหองระแหงกันตลอด


ดวงชะตาราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2550
ลัคนาราศีกุมภ์ ( ผู้ที่เกิดระหว่าง 13 ก.พ. - 15 มี.ค. )
ทั่วไป สัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม 2550 กลุ่มดาวเคราะห์โคจรกระจายอยู่เต็มท้องฟ้าทางทิศเหนือ ยังมีบางส่วนที่ยังโคจรอยู่ทางทิศตะวันออกเพียงเล็กน้อยของขอบฟ้า และยังทำมุมกับดาวพฤหัส บ่งบอกว่าท่านจะได้ประโยชน์จากเพื่อนที่ดีมีความรู้ มีหน้าที่การงานที่ดี จะประสบความสำเร็จในอาชีพนายแบงค์ แพทย์ ทางการศึกษา วิทยาศาสตร์
สุขภาพ สุขภาพของท่านในสัปดาห์นี้ควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้มาก ๆ หมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอระวังท่านจะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับตับ ไต ม้าม
การเงิน การเงินสัปดาห์นี้จะสะพัด มีสภาพคล่อง
ความรัก ความรักไม่สดใส เพราะมีการขัดแย้งกันตลอด หึงหวง

ดวงชะตาราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2550
ลัคนาราศีเมษ ( ผู้ที่เกิดระหว่าง 13 เม.ย. - 14 พ.ค. )
ทั่วไป สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม 2550 กลุ่มดาวเคราะห์โคจรกระจายอยู่ทางทิศตะวันตกของและทางทิศเหนือขอบฟ้า บ่งบอกว่าท่านจะประกอบธุรกิจการงานใดๆในระยะนี้ท่านจะประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงานที่เกี่ยวกับงานทางราชการ งานรัฐวิสาหกิจ จะได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า มีเกียรติ มีชื่อเสียง มีบริวารที่ให้โชค
สุขภาพ สุขภาพของท่านในสัปดาห์นี้ควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้มาก ๆ หมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอระวังท่านจะเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด โรคปวดหลัง
การเงิน การเงินสัปดาห์นี้สะพัดดี มีสภาพคล่อง ไม่ขาดมือ ให้ควบคุมดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี
ความรัก ความรักราบรื่น สดชื่น สมหวัง


|
ก้านพลู
ส่วนที่ใช้ ใช้ดอกตูมแห้งหรือน้ำมันกานพลู
สารสำคัญ น้ำมันหอมระเหยที่กลั่นจากดอกเรียกว่า น้ำมันกานพลู มีส่วนประกอบสำคัญเป็น eugenol ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่
ขนาดและวิธีใช้ ใช้ดอกตูมแห้ง 5-8 ดอก บดเป็นผง เติมแอลกอฮอล์เล็กน้อย ชุบสำลี อุดรูฟันที่ปวด เมื่อหายปวดฟันแล้วต้องไปพบทันตแพทย์
ผักคราดหัวแหวน
ส่วนที่ใช้ ดอกช่อหรือทั้งต้น
สารสำคัญ มีสาร spilanthol ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ในดอกมีปริมาณสูงกว่าทั้งต้น
ขนาดและวิธีใช้ ใช้ดอกตำผสมเหล้าโรงเล็กน้อย ชุบสำลีอุดรูฟันที่ปวด
![]()

ถ้าคุณแปรงฟันแล้วชอบมองดูเพดาน, ผนัง
คุณเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตัวเองหากมีคนรัก
คุณชอบให้คนรักแก้ไขปัญหาให้
ทั้งๆที่คุณสามารถแก้ไขได้เอง
ถ้าคุณแปรงฟันแล้วชอบมองซ้าย-มองขวา
คุณเป็นคนระมัดระวัง ขี้ระแวงหากมีความรัก
คุณจะเป็นคนเชื่อฟังและอยู่ในโอวาทของคนที่คุณรัก
ถ้าแปรงฟันแล้วชอบมองก๊อกน้ำ ขอบอ่างล้างหน้าพื้นห้องน้ำ
หรือเท้าตัวเอง
คุณเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี
เป็นคนที่น่ารักมีเพื่อนหรือมีแฟนจะรู้สึกอบอุ่น
ถ้าแปรงฟันแล้วชอบมองดูกระจกขณะแปรงฟันคุณเป็นนักปฏิบัติการสูง
กล้าได้กล้าเสีย
กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำถ้ามีความรักจะเป็นคนที่เชื่อมั่นในความรัก
และสามารถตัดใจได้หากรักไม่สมหวัง
เป็นคนเด็ดเดี่ยวจริงๆ
...............................
แต่ถ้าหากเช้านี้คุณยังไม่ได้แปรงฟันขอทำนายว่า
คุณเป็นคนง่ายๆ .. ง่ายมาก ..
ง่ายต่อการเสียเพื่อน เสียแฟน....(รีบไปแปรงพันเร้ว)......
คนที่ชอบด้านขวา
เป็นนักสังคมจัดจ้าน ทั้งยังชอบทำตัวเป็นคนร่าเริงแจ่มใสและเมื่อทำอะไรก็ตามจะทุ่มเทจนสุดชีวิตเลยทีเดียวอย่างเรื่องความรัก รู้สึกว่าคุณจะลงทุนไปเต็ม 100 เปอร์เซนต์
คนที่ชอบด้านซ้าย
เป็นคนเร้นลับ เก็บความรู้สึกเก่ง อ่อนไหวง่าย และเปราะบางทางความรู้สึกบางครั้งพลิ้วไหวไปตามลมที่พัดมาอย่างกระโชก จิตใจของคุณมักอ่อนแอและเห็นใจคู่หวานอยู่บ่อยๆระวังเถอะจากคู่หวานจะกลับกลายเป็นคู่จืด
คนที่ชอบเครื่องดื่มร้อน
เป็นไขว่คว้า ลองของแปลกใหม่ แต่ออกจะเบื่อง่ายหน่ายเร็วสักหน่อยแต่ยังไงก็เป็นคนที่มีพลังอยู่เต็มเปี่ยม ชอบการเสี่ยง ท้าทายกระโดดโลดโผนด้วยความเชื่อมั่นด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งดังหิน คุณเป็นผู้ตัดสินใจอย่างรอบคอบ ตรึกตรองด้ยหลักวิชาความจริงนั่นแสดงว่าคุณมีพลังในการงานอย่างเต็มที่
คนที่ชอบเครื่องดื่มเย็น
เป็นคนที่รู้ใจ และเข้าอกเข้าใจผู้อื่น แต่บางทีก็ใจแข็งไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆทั้งยังมีความรู้สึกต่อต้านทันทีหากเจอกับสิ่งที่ไม่สบอารมณ์
คนที่ผมแข็ง
เป็นคนที่แข็งแรง สุขภาพดี เป็นคนคล่องแคล่ว ชอบทำโน่นทำนี่ตลอดเวลาแต่บางครั้งก็เป็นคนขาดความรอบคอบละเอียดอ่อนเหมือนกัน
คนที่มีผมอ่อนนุ่ม
เป็นคนที่เปราะบาง ชอบอยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปเปรี้ยวข้างนอกบ้าน
คนที่เดินหันปลายเท้าเข้าหากัน
เป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบทำตัวเป็นเด็กๆและไม่ชอบการแสดงออก
คนที่เดินปลายเท้าแยกออกจากกัน
เป็นคนหยิ่งทระนงในตัวเอง เป็นคนเปิดเผยและกล้าพูดกล้าทำ
อันนี้เรื่องนิสัยของคน

> กระท้อน
คนชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ

> กล้วย
สำหรับคนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุญแก่คนทุกข์ยาก
> เงาะ
สำหรับสาว ๆ ที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างขี้เล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณจะขี้โม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริงสนุกสนานของคุณ
> ชมพู่
สำหรับคนขี้เกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ 
> แตงโม
เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศ เป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย
> ฝรั่ง
สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากจำเจ
> มะพร้าว
เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ
> มะละกอ
ผลไม้โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์
> มังคุด
เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ
> ลองกอง
พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม
> ลางสาด
สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็นผลไม้หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล
> ลิ้นจี่
ผลไม้สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ คนชอบทานลิ้นจี่กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง 
> ลำไย
คนชอบทานผลไม้เม็ดเล็กชนิดนี้มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง
> สตรอเบอร์รี่
ถ้าชอบทานสตรอเบอร์รี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุก มีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อนๆ ในกลุ่ม และเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว![]()
> สาลี่
ผลไม้คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี
> ส้มเขียวหวาน
เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนืองๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย 
> ส้มโอ
คนที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่า ใจอ่อนง่าย ถ้ามีใครๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย
> สัปปะรด
ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป มัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อนๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ
> องุ่น
ผลไม้ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อนๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวให้ใครรู้ง่าย ๆ 
> แอ๊ปเปิ้ล
ผลไม้ของคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือนึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่ายๆ แต่จะเป็นคนที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน
ตรงมั้ยคะ ถ้าไม่ตรงก้อขออาพัยด้วย
ขนุน
ชื่ออื่น ๆ : มะหนุน(ภาคเหนือ ภาคใต้) ขะนู(ชอง-จันทบุรี) นากอ(มลายู-ปัตตานี) ขะเนอ(เขมร) เนน(ชาวบน-นครราชสีมา) นะยวยชะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)ซีคึย ปะหน่อย(กะเหรี่ยง-แม่อ่องสอน) ล้าง (เงี้ยว-ภาคเหนือ) ปอหล่อบิค (จีน) หมักหมี้(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
ชื่อสามัญ : Jack Fruit Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artocarpus heterophyllus Lam.
วงศ์ : MORACEAE
ลักษณะทั่วไป
ต้น : เป็นพรรณไม้ยืนต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 8-15 เมตร มียางขาวทั้งต้น
ใบ : จะออกสวลับกัน และมีลักษณะกลมรียาวประมาณ 7-15 ซม. ตรงปลายใบของมันจะแหลมและสั้น
ฐานใบจะเรียว ใบอ่อนบางครั้งจะมีรอยเว้าเข้าลึก ๆ 2 รอย แบ่งใบออกเป็น 3 ส่วน หลังใบจะเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียวคล้ายหนัง ก้านใบยาวประมาณ 1-2.5 ซม. ใบนั้นจะหลุดร่วงง่าย
ดอก : จะออกเป็นช่อ และช่อดอกตัวเมียจะอยู่บนต้นเดียวกัน ส่วนช่อดอกตัวผู้จะออกที่ปลายกิ่งหรือง่ามใบ เป็นแท่งยาวประมาณ 2.5 ซม. และมีกาบหุ้มช่อดอกอยู่ 2 กลีบ ดอกย่อยนั้นจะมีเกสรตัวผู้ 1 อัน ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมยาวออกจากลำต้นและกิ่งก้านขนาดใหญ่
เมล็ด (ผล) : ผลจะเป็นผลรวม มีลักษระกลมยาวประมาณ 25-60 ซมม. ขนาดใหญ่และอาจหนักถึง 20 กก. ส่วนเนื้อหุ้มเมล็ดอาจจะมีสีเหลือง ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม
เปลือกนอก : จะเป็นตุ่มหนามเล้ก ๆ รูปหกเหลี่ยม
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด จะพบปลูกตามสวนหรือบริเวณบ้าน
ส่วนที่ใช้ : เมล็ด เนื้อหุ้มเมล็ด ใบ ยาง แกนและราก ใช้เป็นยา
สรรพคุณ : เมล็ด ให้ใช้ประมาร 60-240 กรัม ต้มสุกกิน จะมีรสชุ่ม ช่วยขับน้ำนมในสตรีหลังคลอด มีน้ำนมน้อยหรือไม่มีน้ำนม ช่วยบำรุงร่างกาย เนื้อหุ้มเมล็ด ให้ใช้สด ผสมกับน้ำหวานกินบำรุงกำลัง หรือจะกินเป็นขนมก็ได้ ใบ ใช้สด นำมาตำให้ละเอียด อุ่นแล้วพอกแผล ใบแห้งให้บดเป็นผงโรย หรือใช้ผสมทาตรงที่เป็นแผลใช้สำหรับภายนอก รักษาแผลมีหนองเรื้อรัง ยาง จะมีรสจืด ฝาดเล็กน้อย ให้ใช้ยางสด ทาบริเวณที่บวมอักเสบ แผลมีหนองเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองเกิดจากแผลมีหนองที่ผิวหนัง แกนและราก ใช้แห้งประมาณ 30-60 กรัม นำมาต้มน้ำรับประทาน จะมีรสหวานชุ่ม รักษากามโรค และบำรุงเลือด
ตำรับยา
ให้ใชเมล็ด 60-240 กรัม หรือจะใช้เมล็ดนำมาต้มให้สุกกินหรือจะนำมาผสมกับน้ำหวานและกะทิกิน สำหับสตรีหลังคลอด ที่มีน้ำนมน้อยหรือไม่มีน้ำนมใช้กินได้
กล้วย
กล้วย
ชื่ออื่น ๆ : กล้วยหอม กล้วยใต้ กล้วยพุทธมาลี กล้วยน้ำว้า กล้วยพัด กล้วยหอมจัทน์ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยน้ำ กล้วยน้ำไท กล้วยเล็บมือ กล้วยนาก กล้วยส้ม กล้วยหักมุก กล้วยหอม กล้วยมณีอ่อง
ชื่อสามัญ : Lacantan, Sucrier,Red Fig Banana,Banana Flower,Martinigue Banana,Travellers tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa paradisiacal L.Var. sapientum O.Ktze
วงศ์ : MUSACEAE
ลักษณะทั่วไป
ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นที่เห็นจะเกิดจากก้านหุ้มซ้อนกันจะมีลำต้นขนาดใหญ่และสูงประมาณ 25 เมตร
ใบ : จะมีสีเขียว เป็นแผ่นยาวประมาณ 1.53 เมตร กว้าง 40-60 ซ.ม เส้นของใบจะขนานกันแกนใบจะเห็นได้ชัดเจน ก้านใบยาวกว่า 30 ซม.
ดอก : มีลักษณะที่ห้อยย้อยลงมายาวประมาณ 60-130 ซม. เป็นช่อหนึ่งเรียกว่า หัวปลี และตามช่อนั้นจะมีกาบหุ้มช่อมีสีแดงปนม่วงเป็นรูปกลมรี ยาว 15-30 ซม. ส่วนที่เป็นฐานดอกจะมีตัวเมีย ส่วนปลายจะมีเกสรตัวผู้ ช่อดอกที่จะเจริญกลายเป็นผลนั้น เกสรตัวเมียและผู้จะร่วงไป
ผล : เมื่อดอกเจริญกลายเป็นผลแล้วซึ่งผลนี้ จะประกอบด้วยหวีกล้วย เครือละ 7-8 หวี ในแต่ละหวีจะมีกล้วยอยู่ประมาณ 10 กว่าลูก ผลจะมีรูปร่างอย่างไรขึ้นอยู่กับ ชนิดของต้น เมื่อผลออกมาใหม่ ๆ จะมีสีเขียวแต่พอแก่พอที่จะรับประทานได้จะเป็นสีเหลือง น่าทานมาก แต่ละต้นจะให้ผลครั้งเดียวเท่านั้น
การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือแตกเง้า ไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง จะอยู่ในดินที่ร่วนซุย และดินเหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี
ส่วนที่ใช้ : ยางกล้วยจากใบ ผลดิบ ผลสุก(ทุกประเภท) ผลดิบ หัวปลี
สรรพคุณ : ยางกล้วยจากใบ ใช้ห้ามเลือด โดยใช้ยางกล้วยจากใบหยอดลงที่บาดแผล ผลดิบ แก้โรคท้องเสีย ยาฝาดสมาน แผลในกระเพาะอาหารและอาหารไม่ย่อย โดยใช้กล้วยดิบทั้งลูก บดกับน้ำให้ละเอียดและใส่น้ำตาล รับประทาน(หรือไม่อาจใช้กล้วยดิบตากแห้งบดเป็นผงเก็บไว้ใช้ในยามที่จำเป็น อาจใช้ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำอุ่นกิน) ผลสุก ใช้เป็นอาหาร เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารหรือผู้ที่อุจจาระแข็ง วิธีใช้โดยใช้กล้วยสุก 2 ผล ปิ้งกินทั้งเปลือก หัวปลี แก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง และลดน้ำตาลในเลือด

| ใบหน้า คือ ด่านแรกที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจของผู้พบเห็น แต่หลายๆคนกำลังประสบปัญหาผิวหน้าไม่เรียบสวย เพราะเม็ดสิวและรอยแห้งกร้านด้วยจุดด่างดำของกระและฝ้า จนต้องเสียเงินทองมากมายเพื่อเข้าสถานเสริมความงาม หรือหาซื้อยามารักษา จึงอยากแนะนำให้ใช้สมุนไพรพืชผักและผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไป แต่มีคุณประโยชน์มากมายทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารบำรุงผิวธรรมชาติที่ช่วยดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้นผ่องใสอ่อนไวอยู่เสมอ คุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้บำรุงผิว บำรุงเส้นผมได้ด้วย ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า มีแชมพูสระผม และเครื่องสำอางหลายอย่าง ที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบ และกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เนื่องจากว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงานได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด ฉะนั้น ว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อบำรุงผิวพรรณ ผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิวพรรณอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ชัดว่า ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วย ให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำมีนวล และยังสามารถขจัดสิว และลบรอยจุดด่างดำได้ด้วย 2. งา (Sesamum indicum Linn. S. orientle. L) เป็นพืชล้มลุก ให้เมล็ดเป็นจำนวนมาก เมล็ดงามีทั้งสีดำ และสีขาว ในเมล็ดงามีน้ำมันอยู่ ประมาณ 45-54% น้ำมันงามีกลิ่นหอมน่ารับประทาน วิธีใช้ โดยการนำเอาเมล็ดงาสด มาบีบน้ำมันงาออก โดยไม่ผ่านความร้อน ใช้ทาผิวหนัง เพื่อบำรุงผิวพรรณ ให้ผุดผ่อง ช่วนประทินผิวให้นุ่มนวล ไม่หยาบกร้าน 3. แตงกวา (Cucumis sativas Linn.) จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกวายังมีเอ็นไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอ็นไซม์ชนิดนี้ จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสด ผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาด แทนน้ำแตงกวา ปัจจุบัน มีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อช้วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มีประโยชน์ ราคาถูก ใช้ติดต่อกับเป็นประจำ จะทำให้สวนสดชื่น มีน้ำมีนวล 4. มะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum Mill.) ในมะเขือเทศ จะมีสาร Curotenoid และมีวิตามินหลายชนิด น้ำจากผลมะเขือเทศสุก จะมีสาร licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย และน้ำมะเขือเทศสด นำมาพอกหน้า จะรักษาสิวสมานผิวหน้าให้เต่งตึง หรืออาจจะฝานบางๆ แปะลงบนผิวหน้าก็ได้ 5. ขมิ้นชัน (Curcuma Longa Linn.) ในขมิ้น จะมีสาร Curcumin และมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะ ขมิ้นมีฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด ใช้ทาผิวที่มีผดผื่นคัน ผงขมิ้นใช้ทาตัว เพื่อให้มีสีเหลืองทอง ใช้บำรุงผิว และช่วยฆ่าเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิด ได้อีกด้วย 6. น้ำผึ้ง (Apis dorsata) ได้จากผึ้ง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส ขี้ผึ้ง อัลบูมินอยด์ ละอองเกสรดอกไม้ และฮอร์โมนเอสโตรเจน จำนวนเล็กน้อย น้ำผึ้งใช้เป็นส่วนประกอบ ของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้า ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว น้ำผึ้ง เป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติ ที่ให้ประโยชน์สูง และหาง่าย นอกจากนี้ ยังใช้น้ำผึ้งบำรุงผม ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะช่วยบำรุงหนังศีรษะ และกระตุ้นการงอกของเส้นผม มะขามเปียกมีประวัติการใช้มายาวนาน ช่วยชำระสิ่งสกปรกจากผิวหนัง เพราะฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ ในมะขาม จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ปัจจุบัน ได้มีหญิงไทยจำนวนมาก ใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่น และนมสดให้เข้ากันดี พอกบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยด้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก ฝ่ามือ ที่มีรอยกร้านดำ และบริเวณรักแร้ ขาหนีบ เพื่อให้ผิวหนังที่เป็นรอยดำจางลง ทำให้ผิวขาวนุ่มนวลขึ้น และนมสดจะช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มได้
| |
| ผิวกาย จะเปล่งปลั่งนุ่มนวลไร้รอยกร้าน และรอยหมองคล้ำ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย และยังมีการถนอมผิว บำรุงผิวอีกหลายๆรูปแบบ สมุนไพรพื้นๆ ที่มีอยู่ทั่วๆไปเอามาใช้บำรุงผิว ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดีจึงอยากบอกต่อ รับรองว่าผิวคุณจะสวยขึ้นแน่นอน
| |
| ทรงผม หรือเส้นผม เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นได้ สิ่งที่ควรคำนึงในหารดูแลเส้นผม ได้แก่ อาหารจำพวกโปรตีนที่ได้จากเนื้อ นม ไข่ ฯลฯ และวิตามิน A,C,E,B5 ที่ได้จากผลไม้ต่างๆและธัญพืช จำพวกถั่ว งา ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ฯลฯ
| |